|
 |
WHY TABLET PC |
|
 |
| - ขนาดเล็ก พกพาสะดวก น้ำหนักเบา |
| - แบตเตอรี่ทำงานได้ยาวนานกว่า |
| - บางรุ่นสามารถหมุนหน้าจอได้ บางรุ่นแยกแป้นพิมพ์ได้ |
|
 |
| - สามารถใช้ปากกาดิจิตอลสั่งงานได้ |
| - สามารถเขียนด้วยลายมือด้วยปากกาดิจิตอล |
|
 |
| - Microsoft Office ก็มีรุ่นที่รองรับกับ Tablet PC |
| - มีโปรแกรมอื่นๆรองรับการใช้งาน Tablet PC |
|
 |
WEBBOARD |
| ร่วมพูดคุยปัญหากับสมาชิก |
|
|
 |
TIPS & TRICKS |
|
|
| |
|
|
|
| การปรับแต่งไบออส |
| |
การปรับแต่งไบออสมีผลทำให้เครื่องมีประสิทธิภาพในการทำงานที่สูงขึ้น ที่สำคัญเราสามารถทำการปรับแต่งไบออส เพื่อรีดพลังออกอย่างเต็มที่ เพื่อที่สุดของการเล่นเกม วิธีการปรับแต่งก็เพียงเปิดเครื่อง กดปุ่ม F2 เข้าสู่หน้าของไบออสสำหรับการปรับแต่ง มาที่แท็ปเมนู Configuration จะใช้สำหรับปรับแต่งค่าต่างๆ การเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ส่วนอื่นๆ ของระบบ ซึ่งมีเมนูย่อยที่สำคัญซ่อนอยู่ภายใน ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
หน้าแรกของไบออสจะอยู่ที่เมนู MAIN เป็นการแจ้งรายละเอียดของฮาร์ดแวร์ภายในระบบเป็นส่วนใหญ่ ในหน้าแรกนี้จะมิค่อยมีอะไรให้ปรับแต่งมากนัก แต่ก็มีให้ปรับอยู่ 2 ค่าด้วยกันคือ “Active processor core” เพื่อเลือกเปิดหรือปิดจำนวนคอร์ของโปรเซสเซอร์และอีกค่าหนึ่งที่มีให้ปรับคือ การเปิด-ปิด Hyper Threading ซึ่งปกติเราก็ไม่นิยมปิดเช่นกัน

SATA Drives : เพื่อตั้งโหมดการทำงานของชิปเซตในส่วนที่เชื่อมต่อกับฮาร์ดดิสก์ ซึ่งมีผลต่อประสิทธิภาพในการทำงานอยู่ไม่น้อย มีให้เลือกปรับอยู่ด้วยกันคือ IDE, AHCI และ RAID โดยปกติค่า DEFAULT จากโรงงานจะกำหนดมาเป็น IDE ซึ่งก่อนติดตั้งระบบปฎิบัติการหากเราเลือกเป็นโหมด AHCI ก็จะส่งผลให้ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากขึ้น ส่วนโหมด RAID นั้นหากจะใช้จำเป็นจะต้องใช้ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์มากกว่า 2 ลูกขึ้นจึงจะเปิดใช้งานได้

EVEN Log : เมนูนี้เป็นรายการแสดงสถานะการทำงานอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ในระบบทั้งหมดที่มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น

Video : ปรับเลือกลำดับการทำงานของกราฟิกการ์ด กำหนดให้ตรวจสอบการทำงานของกราฟิกการ์ดตัวใดเป็นการ์ดแรก ซึ่งจะส่งผลให้การบูทเครื่องใช้เวลาน้อยลง

FAN Control & Real-time Monitor : แสดงอุณหภูมิการทำงานของโปรเซสเซอร์ ความเร็วรอบในการทำงานของพัดลม ค่าแรงดันไฟเลี้ยง นอกจากนี้ยังมีเมนูย่อยสำหรับตั้งค่าพัดลมระบายความร้อนในระบบที่มีการต่อเข้ากับมาเธอร์บอร์ดโดยตรง มีรายละเอียดดังนี้

CPU FAN Control : เลือกเปิด-ปิดฟังก์ชันการควบคุมความเร็วรอบของพัดลมซีพียู
System FAN Control : เลือกเปิด-ปิดฟังก์ชันการควบคุมความเร็วรอบของพัดลมในระบบ
Lowest FAN Speed : ปรับตัวค่าความเร็วรอบของพัดลม
Front /Rear /Aux FAN Type : เลือกชนิดของพัลลมที่ใช้ว่าเป็นชนิดใด จากสายไฟที่ออกมาจากตัวพัดลม

Real-Time Hardware Monitor แสดงรายเอียดแสดงความเร็วรอบในการทำงานของพัดลมตามที่ได้เคยตั้งค่าเอาไว้ อุณหภูมิภายในของโปรเซสเซอร์

PCI-PCIe Add-In Slots : เมนูแสดงการสถานะการทำงานของสล็อต PCI/PCIe ของมาเธอร์บอร์ดว่ามีสล็อตใดบ้างที่มีอุปกรณ์ติดตั้งอยู่และทำงานที่ความเร็วเท่าไหร่ เมนูไบออสที่ผ่านมาล้วนแต่เป็นการปรับตั้งค่าการทำงานในเบื้องต้น ซึ่งยังไม่ส่งผลให้เห็นประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นเท่าใดนัก แต่เมนูต่อไปนี้ถือเป็นเมนูที่มีความสำคัญเพราะหากเราปรับตั้งค่าได้อย่างเหมาะสม ลงตัวแล้ว ระบบจะมีประสิทธิภาพในการงานที่มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
Performance Tuning (Overclocking)

Performance : เมนู Performance เปรียบได้กับเมนู Overclock ซึ่งมาเธอร์บอร์ดแต่ละรุ่นก็จะมีชื่อเรียกเมนูนี้ของตนแตกต่างกันออกไป แต่จุดประสงค์ก็เพื่อการปรับโอเวอร์คล็อกเช่นกัน เมนูการปรับแต่งจะมีให้มากน้อยเพียงใดนั้นก็ขึ้นอยู่กับว่ามาเธอร์บอร์ดรุ่นนั้นออกแบบมารองรับการรับแต่งโอเวอร์คล็อกระดับไหน สำหรับมาเธอร์บอร์ดอินเทลที่ใช้ครั้งนี้ก็จัดว่ามีความสามารถในการโอเวอร์คล็อกในระดับที่ดีทีเดียว ซึ่งมีรายละเอียดการปรับแต่งจุดที่สำคัญดังนี้

Host Clock Frequency Overdrive : เมนูสำหรับเปิด-ปิดการปรับสัญญาณนาฬิกา (Core Speed) ของซีพียูเช่น ซีพียูความเร็ว 3.6GHz นั้นเกิดจากค่า Bus Speed x Multiplier (133MHz x 27) ซึ่งเป็นตามสเปกของซีพียูที่ถูกกำหนดมาจากการผลิต หากเลือกปรับเป็น Automatic ซีพียูก็จะทำงานที่ความเร็วตามสเปกนี้อัติโนมัติ แต่หากเลือกเป็น Manual เราก็จะปรับเพิ่มค่า Bus Speed เพื่อเพิ่มความเร็วสัญญาณนาฬิกาของซีพียูได้เอง ในภาพก็เมนูเพิ่มขึ้นตามมา
คือ Host Clock Frequency ซึ่งก็คือค่า Bus Speed ของซีพียูนั่นเอง
Processor Overdrive : เมนูปรับแต่งความเร็วซีพียูโดยละเอียด ซึ่งจะเน้นไปที่การเพิ่มไฟเลี้ยงให้กับซีพียู ซึ่งมีผลต่อการปรับแต่งเพิ่มความเร็วเป็นอย่างมาก เพราะแน่นอนว่าเมื่อซีพียูทำงานที่ความเร็วสูงกว่าปกติก็ย่อมมีความต้องการใช้พลังงานมากกว่าปกติด้วยเช่นกัน

CPU Voltage Overdrive Type : การปรับใช้พลังงานของซีพียู หากเลือกเป็น NONE ซีพียูจะใช้พลังงานตามสเปกมาตรฐาน หากเลือกเป็น Static ซีพียูจะใช้พลังงานตามค่าที่เรากำหนดและจะใช้ที่ค่านั้นตลอดเวลาที่ทำงานไม่ว่าจะอยู่ในสภาวะโหลดแบบใดก็ตาม แต่หากเลือกเป็น Dynamic ซีพียูจะใช้พลังงานตามค่าที่เรากำหนดเช่นกัน แต่ไม่ใช่ที่ค่านั้นตลอดเวลา แต่จะใช้ปรับใช้แปรผันกับโหลดที่ได้รับอยู่ ซึ่งเมื่อเลือกปรับเป็น Static หรือ Dynamic เมนูปรับแรงดันไฟเลี้ยงของซีพียูทที่ชื่อ CPU Voltage Overdrive ก็จะสามารถปรับได้

CPU Vreg Droop Control : ปรับควบคุมสถานะการทำงานของภาคจ่ายไฟซีพียู มีให้ปรับ 3 ค่าด้วยกัน หากเลือกเป็น Low V-Droop ก็จะให้ประสิทธิภาพสูงสุด เพราะภายจ่ายไฟเลี้ยงซีพียูทำงานเต็มที มีผลให้แรงดันไฟเลี้ยงซีพียูรักษาระดับได้ดีที่สุด

CPU Idle State : มีผลโดยตรงกับการเปิดใช้ Intel Turbo Boost Technology เพราะเป็นการกำหนดสภาวะการทำงานของซีพียูเมื่อซีพียูอยู่ในสถานะ Idle หากเลือกเป็น High performance จะส่งผลให้ระบบปฎิบัติการกำหนดให้ซีพียูทำงานที่ความเร็วระดับ Intel Turbo Boost ตลอดเวลา เช่นหากในสเปกซีพียูกำหนดไว้ว่าเมื่อเปิด Intel Turbo Boost ซีพียูจะทำงานที่ความเร็ว 3.6GHz นั่นหมายถึงซีพียูก็จะทำงานที่ความเร็วนี้ตลอดเวลานั่นเอง แต่หากเราตั้งค่าไว้ที่ Low Power จะเป็นการยินยอมให้ระบบปฎิบัติจะการณ์ปรับความเร็วซีพียูลงได้ แต่ INTEL SpeedStep ต้องถูกเปิดใช้งานไว้ด้วย

Intel Turbo Boost Technology : เปิด-ปิดการทำงานของ Intel Turbo Boost Technology และที่ด้านล่างก็มีบอกในส่วนของค่าแระแสไฟและกำลังไฟสูงสุดที่รับได้เมื่อเปิดใช้ Intel Turbo Boost Technology
Memory Configuration : ปรับเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้กับหน่วยความจำอย่างละเอียด

Performance Memory Profiles : หากเลือกเป็น Automatic ไว้หน่วยความจำก็จะทำงานตามเร็วที่มาเธอร์บอร์ดตรวจพบว่าเป็นค่าที่หน่วยความจำจะทำงานได้อย่างมีเสถียรภาพที่สุด ซีงโดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นค่าที่ต่ำกว่าสเปก จึงต้องมีการปรับแต่งด้วยตนเองเพื่อให้หน่วยความจำทำงานได้ตามสเปก เต็มประสิทธิภาพ หรือสูงกว่าสเปกด้วยการเลือกเป็นแบบ Manual ซึ่งจะมีค่าต่างๆ ให้เราปรับได้อย่างละเอียด แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับมาเธอร์บอร์ดด้วย

Uncore Multiplier : ตัวคูณของชุดเมมโมรีคอนโทรลเลอร์และ L3 Cache ในตัวซีพียู ยิ่งมีค่ามากเท่าไหร่ความเร็วในการทำงานของเมโมรีคอนโทรลเลอร์และ L3 Cache ก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย โดยปกติปกติจะมีค่าเป็นหนึ่งเท่าตัวของตัวคูณหน่วยความจำ ซึ่งเราสามารถปรับแต่งให้มีค่าสูงกว่าได้แล้วแต่มาเธอร์บอร์ดว่าจะมีให้ปรับหรือไม่

Memory Multiplier : ตัวคูณหน่วยความจำ โดยนี้จะถูกนำไปคูณกับค่า Bus Clock ก็จะได้เป็นความเร็วในการทำงานของหน่วยความจำ เราสามารถปรับให้สูงกว่าค่าปกติตามสเปกของหน่วยความจำได้ โดยจะต้องมีการเพิ่มไฟเลี้ยงให้กับหน่วยความจำ ซึ่งเหมาะกับหน่วยความจำที่ออกแบบมาเพื่อการโอเวอร์คล็อกมากกว่า หากเป็นหน่วยความจำทั่วไปไม่ควรปรับเพิ่มเกินความเร็วปกติจะดีกว่า

ค่าคอนฟิกที่สำคัญของหน่วยความจำ คือค่าเวลาในกระบวนการอ่าน-เขียนข้อมูลของหน่วยความจำในหนึ่งรอบการทำงาน ยิ่งมีค่าต่ำมากเท่าไหร่ยิ่งดี ปกติมาเธอร์บอร์ดโดยทั่วไปจะมีให้ปรับเพียง 4 ค่าหลักคือ tCL , Trcd ,TRP,TRAS เพราะเมื่อปรับแต่งแล้วมีผลต่อประสิทธิภาพมากที่สุด โดยเฉพาะค่าแรก Tcl แต่หากเป็นมาเธอร์บอร์ดที่รองรับการโอเวอร์คล็อกก็จะมีให้ปรับมากกว่า 4 ค่าอย่างของอินเทลที่ใช้เป็นต้น การปรับแต่งก็เริ่มต้นจากค่าตามสเปกปรับลดลงไป หากใช้ที่ความเร็วเดิมก็อาจจะสามารถปรับค่า CL ลดไปได้ต่ำกว่าสเปกเล็กน้อย แต่ในปัจจุบันจะนิยมใช้ที่ความเร็วสูงขึ้นแต่ปรับรักษาระดับค่า CL ให้คงอยู่ตามสเปกเดิมมากกว่า ซึ่งก็ถือว่าดีมากแล้ว ทางที่ดีที่สุดหากไม่ได้ใช้หน่วยความจำเพื่อการโอเวอร์คล็อกก็ไม่ควรปรับแต่งค่า CL จะดีที่สุด นอกเสียจากปรับให้มันทำงานตามสเปกเท่านั้น เพราะค่า CL มีผลต่อเสถียรภาพการทำงานของหน่วยความจำมากทีเดียว

Uncore Voltage Overdrive : ใช้ในการปรับเพิ่มแรงดันไฟให้กับ Uncore Clock ในกรณีที่ทำการโอเวอร์คล็อกเพิ่มความเร็ว Uncore Frequency ซึ่งการปรับเพิ่ม Uncore Voltage ต้องพึงระวังอย่าเพิ่มสูงมากจนเกินไป เพราะอาจจะทำให้ชุดเมโมรคอนโทรลเลอร์ภายในตัวซีพียูเสียหายได้

Command Rate: ค่าคอนฟิกของหน่วยความจำอีกหนึ่งค่าที่มีผลต่อประสิทธิภาพมากๆ และก็เป็นค่าที่มีความอ่อนไหวต่อความเสถียรภาพในการทำงานของหน่วยความจำมากด้วยเช่นกัน ตั้งค่าไว้เป็น Auto หรือ 2T ดีที่สุด ส่วนค่า 1T นั้นมีหน่วยความน้อยรุ่นมากๆที่ใช้งานที่ค่านี้ได้

Bus Overdrive : เมนูการปรับแต่งเพื่อเพิ่มความเร็วของระบบบัสในการทำงานของมาเธอร์บอร์ด ซึ่งในมาเธอร์บอร์ดรุ่นนี้มีให้ปรับด้วยกันอยู่ 2 ค่าคือ PCH Core Voltage Overdrive สำหรับปรับเพิ่มไฟเลี้ยงให้กับชิปเซตในส่วนที่ทำหน้าที่ติดต่อกับอุปกรณ์อินพุตเอาต์พุต เช่นฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ เป็นต้น ส่วนอีกค่าหนึ่งที่มีให้ปรับแต่งนั้นคือ PCI Express Bus Frequency สำหรับการปรับเพิ่มความเร็วบัส PCI Express ซึ่งโดยปกติค่านี้ก็ไม่นิยมปรับกันเท่าใดนัด เพราะไม่มีผลต่อประสิทธิภาพแบบเห็นได้ชัดเท่าที่ควร

แทป Power เป็นแทปที่ใช้กำหนดสถานะการใช้พลังงานของโปรเซสเซอร์ หลักๆ ก็คือการเปิด-ปิดเทคโนโลยี Enhance Intel SpeedStep แต่ก็ยังมีอีก 2 ค่าที่สำคัญให้ปรับแต่งคือ CPU C-State หากตั้งค่าเป็น Enable ก็คือการยินยอมให้โปรเซสเซอร์เข้าสู่สภาวะ sleep mode ในช่วงเวลาที่ไม่มีการประมวลผลเพื่อประหยัดพลังงาน และอีกค่าหนึ่งที่มีให้ปรับแต่งคือ OS ACPI C2 Report หากตั้งค่าเป็น Disable จะมีผลยินยอมให้เทคโนโลยี Enhance Intel SpeedStep ไปปิดการทำงานของ Intel Turbo Boost Technology และ CPU Idle Stage หากจะทำการปรับโอเวอร์คล็อกควรตั้งค่า CPU C-State และ OS ACPI C2 Report เป็น Disable เพราะทั้ง 2 ค่านี้มีผลในเรื่องการเพิ่มแรงดันไฟเลี้ยงของโปรเซสเซอร์
ที่มา : www.commart.co.th |
|
แบ่งปัน
|
เปิดดู 16501 ครั้ง |
|
|
|